วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2569
เข้าสู่ระบบ

BizBook21

แหล่งรวมบทความธุรกิจเชิงวิเคราะห์ 10 หมวดหมู่

การลงทุน
การลงทุนวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569

ชวนนักลงทุนยุคใหม่! "หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์" เทียบเคียง "หุ้นสามัญ" ทางเลือกใหม่สร้างผลตอบแทน

รู้จัก "หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์" (Perpetual Bonds) ทางเลือกการลงทุนที่ผสานคุณสมบัติของหุ้นกู้และหุ้นสามัญ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนสม่ำเสมอ พร้อมศักยภาพการเติบโต

BizBook AI 7 นาที

ในโลกของการลงทุนที่มีสินทรัพย์หลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร นักลงทุนยุคใหม่มักมองหาทางเลือกใหม่ๆ ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจและสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง หนึ่งในเครื่องมือการลงทุนที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นคือ "หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์" (Perpetual Bonds) ซึ่งเป็นตราสารหนี้ประเภทหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษที่ผสมผสานคุณสมบัติของทั้งหุ้นกู้และหุ้นสามัญ ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าจับตามองสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและแสวงหาผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ

หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ คืออะไร?

หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ หรือ Perpetual Bonds เป็นตราสารหนี้ที่ไม่มีวันครบกำหนดไถ่ถอน (no maturity date) โดยผู้ออกหุ้นกู้จะจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ถือหุ้นกู้ไปเรื่อยๆ ตลอดไป หรือจนกว่าจะมีการไถ่ถอนหุ้นกู้คืนตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งแตกต่างจากหุ้นกู้ทั่วไปที่มีกำหนดเวลาไถ่ถอนคืนที่แน่นอน ข้อแตกต่างที่สำคัญนี้เองที่ทำให้หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์มีลักษณะพิเศษและน่าสนใจ

ลักษณะเด่นของหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์:

1. ไม่มีวันครบกำหนดไถ่ถอน: นี่คือคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ ผู้ออกหุ้นกู้ไม่มีภาระต้องคืนเงินต้น ณ วันใดวันหนึ่งตามที่กำหนดไว้ ทำให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการเงินทุนมากกว่า

2. การจ่ายดอกเบี้ย: ผู้ออกหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์มักจะจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่คงที่ (fixed rate) หรืออัตราลอยตัว (floating rate) โดยทั่วไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์มักจะสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไปที่มีความเสี่ยงใกล้เคียงกัน เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องถือหุ้นกู้ไปตลอดกาล

3. สิทธิในการไถ่ถอนก่อนกำหนด (Call Option): แม้จะไม่มีวันครบกำหนดไถ่ถอน แต่ผู้ออกหุ้นกู้ส่วนใหญ่จะสงวนสิทธิ์ในการไถ่ถอนหุ้นกู้คืนก่อนกำหนด (call option) เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งมักจะเป็นหลังจากระยะเวลาหนึ่ง เช่น 5 ปี หรือ 10 ปี หลังจากที่หุ้นกู้ถูกออกจำหน่าย เงื่อนไขนี้ช่วยให้ผู้ออกสามารถบริหารต้นทุนทางการเงินได้ หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง

4. ลำดับชั้นการชำระหนี้: ในกรณีที่ผู้ออกหุ้นกู้ประสบปัญหาทางการเงินหรือล้มละลาย หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์มักจะมีลำดับชั้นการชำระหนี้ที่ต่ำกว่าหนี้สินอื่น ๆ ที่ไม่มีหลักประกัน (unsecured debt) แต่จะอยู่สูงกว่าหุ้นสามัญ (common equity) ทำให้มีความเสี่ยงสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไปแต่มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นสามัญ

เทียบเคียง "หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์" กับ "หุ้นสามัญ"

นักลงทุนหลายท่านอาจจะสงสัยว่า หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์นี้มีความคล้ายคลึงหรือแตกต่างจากหุ้นสามัญอย่างไรบ้าง เรามาเปรียบเทียบกันในประเด็นต่างๆ ดังนี้

1. การได้รับผลตอบแทน: * หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์: นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยเป็นประจำ (เช่น ทุก 3 เดือน หรือ 6 เดือน) โดยทั่วไปอัตราดอกเบี้ยจะถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า หรืออิงตามอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงบวกส่วนเพิ่ม (spread) * หุ้นสามัญ: นักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทน 2 ทาง คือ กำไรส่วนต่างราคา (capital gain) จากการขายหุ้นในราคาที่สูงกว่าซื้อ และเงินปันผล (dividend) ซึ่งการจ่ายเงินปันผลขึ้นอยู่กับผลประกอบการและนโยบายของบริษัท

2. ความเสี่ยง: * หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์: ความเสี่ยงหลักคือความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออก (credit risk) หากผู้ออกไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือไถ่ถอนหุ้นกู้ได้ตามเงื่อนไข รวมถึงความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย (interest rate risk) โดยทั่วไปถือว่ามีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นสามัญ * หุ้นสามัญ: มีความเสี่ยงสูงกว่า เนื่องจากราคาหุ้นมีความผันผวนตามภาวะตลาด ผลประกอบการบริษัท และปัจจัยอื่นๆ นักลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นได้ทั้งหมดหากบริษัทประสบปัญหา

3. สิทธิในการออกเสียง: * หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์: ผู้ถือหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ไม่มีสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น หรือมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการบริษัท * หุ้นสามัญ: ผู้ถือหุ้นสามัญมีสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจสำคัญของบริษัท

4. การรับเงินคืนเมื่อบริษัทล้มละลาย: * หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์: จะได้รับการชำระคืนหลังจากเจ้าหนี้ที่มีหลักประกัน (secured creditors) และเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน (unsecured creditors) รายอื่น ๆ ได้รับชำระคืนแล้ว แต่จะมาก่อนผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ (preferred shareholders) และผู้ถือหุ้นสามัญ * หุ้นสามัญ: จะเป็นผู้รับเงินคืนเป็นลำดับสุดท้าย และมักจะไม่ได้รับเงินคืนเลยหากสินทรัพย์ของบริษัทไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้

ตัวอย่างจริงของหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์

ในประเทศไทย หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าในตลาดต่างประเทศ แต่นักลงทุนสามารถพบเห็นได้จากสถาบันการเงินขนาดใหญ่ หรือบริษัทที่มีความมั่นคงทางการเงินสูง บางครั้งอาจพบในรูปของ "หุ้นกู้แปลงสภาพ" (convertible bonds) ที่มีเงื่อนไขการแปลงสภาพที่ซับซ้อน หรือตราสารที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

ในตลาดต่างประเทศ หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ถูกออกโดยบริษัทขนาดใหญ่และสถาบันการเงินทั่วโลก เช่น ธนาคาร หรือบริษัทประกันภัย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเงินกองทุน (capital adequacy) โดยอัตราดอกเบี้ยที่เสนออาจจะอยู่ในช่วง 4-8% ต่อปี ขึ้นอยู่กับระดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกและสภาวะตลาด ณ ขณะนั้น

ข้อดีของการลงทุนในหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์

1. กระแสเงินสดสม่ำเสมอ: นักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรายได้ประจำ 2. อัตราผลตอบแทนสูงกว่าหุ้นกู้ทั่วไป: โดยทั่วไปหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์จะเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าหุ้นกู้ที่มีอายุครบกำหนดไถ่ถอน เพื่อชดเชยความเสี่ยงของการที่ไม่มีวันครบกำหนดไถ่ถอน 3. ศักยภาพในการเพิ่มมูลค่า: หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง ราคาของหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่สูง อาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ 4. การกระจายความเสี่ยง: สามารถนำไปผสมผสานในพอร์ตการลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงจากสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น หุ้น หรืออสังหาริมทรัพย์

ข้อควรพิจารณาและความเสี่ยง

1. ความเสี่ยงด้านเครดิต: หากผู้ออกหุ้นกู้มีปัญหาทางการเงิน อาจส่งผลต่อการจ่ายดอกเบี้ยหรือการไถ่ถอน 2. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย: หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดสูงขึ้น มูลค่าของหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำอาจลดลง 3. สภาพคล่อง: หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์บางรุ่นอาจมีสภาพคล่องต่ำ ทำให้อาจขายได้ยากหากต้องการเปลี่ยนเป็นเงินสดอย่างรวดเร็ว 4. ไม่มีการรับประกันเงินต้น: แม้จะเป็นตราสารหนี้ แต่หากผู้ออกล้มละลาย ผู้ถือหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์อาจไม่ได้รับเงินต้นคืนทั้งหมด

สถิติและแนวโน้ม

แม้ข้อมูลสถิติเฉพาะของหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ในประเทศไทยจะยังจำกัด แต่ในตลาดโลก ตราสารประเภทนี้มีมูลค่าตลาดรวมที่สูง และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ธนาคารกลางทั่วโลกได้ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนแสวงหาตราสารที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ

โดยสรุป หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์เป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนสม่ำเสมอ มีความเข้าใจในความเสี่ยง และต้องการกระจายการลงทุน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรศึกษาเงื่อนไขของหุ้นกู้แต่ละรุ่นอย่างละเอียด ทำความเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนนั้นสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

การลงทุนในหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์อาจไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะสำหรับทุกคน แต่สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาความแตกต่างและศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจ การทำความเข้าใจและพิจารณา "หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์" อาจเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสการลงทุนใหม่ๆ ที่คุณไม่ควรมองข้าม

แท็ก:
หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์Perpetual Bondsการลงทุนผลตอบแทนหุ้นสามัญสินทรัพย์ทางเลือกนักลงทุนยุคใหม่
แชร์:
สร้างเมื่อ: 10 เมษายน 2569 เวลา 15:09
เผยแพร่ครั้งแรก: 10 เมษายน 2569 เวลา 15:09

ลิขสิทธิ์ © 2026 iDea Memory Groups Co.,Ltd

เนื้อหาทั้งหมดในบทความนี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของ iDea Memory Groups Co.,Ltd แต่เพียงผู้เดียว ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

บทความที่เกี่ยวข้อง

5 กลยุทธ์ "สร้าง Passive Income" จากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่: ทำเงินได้จริง แม้ไม่มีบ้านของตัวเอง!
การลงทุน

5 กลยุทธ์ "สร้าง Passive Income" จากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่: ทำเงินได้จริง แม้ไม่มีบ้านของตัวเอง!

ปลดล็อกศักยภาพการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ที่คุณคาดไม่ถึง ด้วย 5 กลยุทธ์สร้าง Passive Income ที่ทำเงินได้จริง แม้คุณจะยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง

10 เม.ย. 2569 8 นาที
พลิกวิกฤตสู่โอกาส: กลยุทธ์การลงทุนเพื่อเอาชนะภาวะเงินเฟ้อโหด
การลงทุน

พลิกวิกฤตสู่โอกาส: กลยุทธ์การลงทุนเพื่อเอาชนะภาวะเงินเฟ้อโหด

ภาวะเงินเฟ้อสูงกำลังกัดกินอำนาจซื้อของคุณหรือไม่? ค้นพบกลยุทธ์การลงทุนที่ทรงพลังที่จะช่วยปกป้องและเพิ่มพูนความมั่งคั่งของคุณให้เติบโตในยุคที่ค่าครองชีพพุ่งสูง

10 เม.ย. 2569 8 นาที
5 กลยุทธ์การลงทุนยุคใหม่: ถอดรหัสความสำเร็จจากนักลงทุนระดับโลก
การลงทุน

5 กลยุทธ์การลงทุนยุคใหม่: ถอดรหัสความสำเร็จจากนักลงทุนระดับโลก

เจาะลึก 5 กลยุทธ์การลงทุนที่นำไปสู่ความมั่งคั่ง ยุคดิจิทัล พร้อมตัวอย่างนักลงทุนระดับโลกที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ

10 เม.ย. 2569 7 นาที