ตอนที่ 1 — ลาออกจากงานประจำ สู่ฝันสร้างรายได้หลักล้าน
"ไอ้คุณโต้ง! แกคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ มาสั่งให้ฉันทำแบบนี้!" เสียงตะโกนก้องมาจากหัวหน้าแผนกฝ่ายขาย สุรเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธจัด จนคนในออฟฟิศที่อยู่ใกล้เคียงต้องหันมามองเป็นตาเดียว ผม โต้ง วัย 28 ปี ยืนนิ่ง ก้มหน้ามองพื้นรองเท้าคู่เก่าที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน ความรู้สึกภายในใจปะทนกันไปหมด ระหว่างความรู้สึกผิดที่ไปขัดคำสั่ง กับความรู้สึกที่เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังบีบคั้นจากข้างใน
"ผมขอโทษครับพี่ แต่ผมเชื่อว่าวิธีนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายให้เราได้จริงๆ" ผมพยายามอธิบายอีกครั้ง เสียงเบาลงกว่าเดิม แต่ความมุ่งมั่นยังคงอยู่
"เชื่ออะไรของแกวะ! นี่มันวิธีของแกเองนะ ไม่ใช่ของบริษัท! จะทำก็ทำไป แต่ถ้าเสียหาย ฉันไม่รับผิดชอบ!" หัวหน้าโบกมือไล่อย่างรำคาญ ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน ทิ้งให้ผมยืนอยู่กลางวงสนทนาที่เงียบงันของเพื่อนร่วมงาน
เรื่องมันเริ่มต้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ผมสังเกตเห็นว่าทีมขายของเรามีปัญหาในการจัดการข้อมูลลูกค้าที่กระจัดกระจาย ลูกค้าบางรายถูกโทรหาซ้ำซ้อน ขณะที่บางรายกลับถูกละเลย การทำงานแบบแมนนวล ทำให้เสียเวลาและเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย ผมเลยเสนอให้สร้างเครื่องมือเล็กๆ ขึ้นมา เป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลลูกค้าแบบง่ายๆ ที่สามารถบันทึกข้อมูลลูกค้า การติดต่อ และสถานะการขายได้สะดวกขึ้น ผมใช้เวลาว่างหลังเลิกงานและวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อพัฒนาโปรแกรมนี้ขึ้นมาเองด้วยภาษา Python และใช้ฐานข้อมูล SQLite ที่มีขนาดเล็กและใช้งานง่าย
วันนั้นผมดีใจมากที่ได้เห็นโปรแกรมที่ผมสร้างขึ้นมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดเวลาการค้นหาข้อมูลลูกค้าลงได้ถึง 30% ผมจึงอยากให้ทีมขายทุกคนได้ลองใช้ แต่หัวหน้าแผนกกลับต่อต้านอย่างรุนแรง เขาเชื่อในวิธีการเดิมๆ ของเขามาตลอด ไม่เปิดรับการเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆ
"โต้ง แกนี่มันหัวแข็งจริงๆ เลยนะ" เสียงทุ้มของมนัส เพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุดดังขึ้น ขณะที่เขาเดินเข้ามาตบไหล่ผมเบาๆ "ถ้าแกยังยืนกรานแบบนี้ ระวังตัวไว้ให้ดีนะ"
"ฉันรู้ มนัส ขอบคุณที่เป็นห่วง" ผมตอบยิ้มๆ พยายามคลายความตึงเครียด "แต่ฉันรู้สึกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นนะ"
"หมายความว่าไง?" มนัสเลิกคิ้ว
"คือ... ฉันว่าบริษัทเรามันกำลังติดกับดักระบบเก่าๆ ที่ไม่สามารถแข่งขันในยุคดิจิทัลได้แล้วนะ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ถ้าเราไม่ปรับตัว เราก็อาจจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง"
"แกคิดมากไปแล้วน่า" มนัสหัวเราะ "เอาเป็นว่า วันนี้เลิกงานแล้วไปหาอะไรกินกัน ฉลองที่แกได้ลองทำอะไรใหม่ๆ แล้วกัน"
ผมพยักหน้าตกลง แม้ในใจจะยังคงหนักอึ้ง ผมรู้ดีว่าการต่อต้านของหัวหน้าไม่ได้มีแค่เรื่องความเชื่อมั่นในระบบเก่าเท่านั้น แต่มันคือการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงโดยสิ้นเชิง
คืนนั้น ผมกลับมาถึงห้องเช่าเล็กๆ ของตัวเอง นั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเปิดโปรแกรมที่ผมสร้างขึ้น ผมรู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ผมทำ แต่มันก็มีความรู้สึกบางอย่างที่ตีบตันอยู่ในอก ความรู้สึกที่ว่า "นี่แหละคือจุดที่ฉันต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต"
ผมคิดถึงชีวิตประจำวันของผม การตื่นเช้ามาเข้าออฟฟิศ การทำงานภายใต้แรงกดดัน การต้องขออนุญาตทุกเรื่อง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย และที่สำคัญคือ ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้ใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ ผมมีความฝันที่อยากจะสร้างอะไรบางอย่างขึ้นมาด้วยตัวเอง อยากมีอิสระในการทำงาน อยากเป็นนายตัวเอง
"ถ้าบริษัทไม่ยอมรับ แล้วไงต่อล่ะ?" ผมถามตัวเองเสียงเบา "เราจะปล่อยให้ความฝันนี้ตายไปกับคำว่า 'ไม่' ของหัวหน้า หรือเราจะเดินหน้าต่อไป?"
ในหัวของผมเริ่มฉายภาพของอนาคตอีกแบบหนึ่ง อนาคตที่ผมไม่ต้องเผชิญหน้ากับคำสั่งที่ไม่เข้าใจ อนาคตที่ผมสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อผู้คนได้จริงๆ อนาคตที่ผมไม่ต้องรอใครอนุมัติ แต่สามารถลงมือทำได้ทันที
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอปพลิเคชันบันทึกเสียง และเริ่มพูด
"วันนี้ วันที่... ผมตัดสินใจแล้ว" เสียงของผมสั่นเครือเล็กน้อย "ผมจะลาออกจากงานประจำ ผมจะใช้ความรู้และความสามารถของผม สร้างธุรกิจ Software as a Service หรือ SaaS เล็กๆ ขึ้นมาด้วยตัวเอง"
คำว่า "SaaS" ดังขึ้นในหัวผมอย่างชัดเจน ผมเคยอ่านเจอในบทความต่างๆ มันคือการให้บริการซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต คิดค่าบริการเป็นรายเดือนหรือรายปี ฟังดูน่าสนใจมาก แต่ผมก็ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งผมจะกล้าพอที่จะก้าวเข้ามาในวงการนี้
"ผมรู้ว่ามันมีความเสี่ยง ผมรู้ว่ามันจะไม่ง่าย" ผมพูดต่อ "แต่ถ้าผมไม่ลองทำตอนนี้ ผมจะเสียใจไปตลอดชีวิต"
ผมตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต ผมจะลาออกจากงานประจำที่มั่นคง เพื่อไปคว้าความฝันที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ ผมจะสร้าง SaaS เล็กๆ ของผมเอง และหวังว่ามันจะสามารถพลิกชีวิตผมได้อย่างที่ผมตั้งใจไว้
นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางของผม การเดินทางที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ความไม่แน่นอน และโอกาสที่รออยู่เบื้องหน้า